นานมาแล้วที่คนเรารู้จักการนำหินที่มีสีสันสวยงาม มีความแวววาวโดดเด่นที่พบมีอยู่ในธรรมชาติ มาเจียระไนเป็นเครื่องประดับสำหรับสวมใส่ และเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับใช้ในพิธีกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำมาทำเป็นเครื่องราง ป้องกันเหตุร้าย และอันตรายจากสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย หรือเหตุเภทภัยตามธรรมชาติ ซึ่งหนึ่งในจำนวนของอัญมณีหินสีที่มีความเชื่อเก่าแก่เหล่านั้น ได้รวมไปถึงอัญมณี หินสีที่คนไทยรู้จักกันในนามของ ‘คดไม้สัก’ หรือพลอยตาเสือ (Tiger’s Eye) ด้วยเช่นกัน!

พลอยตาเสือ จัดเป็นแร่ควอตซ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีประจุไฟฟ้าแฝงอยู่ในเนื้อพลอย จึงมีพลังในการดึงดูดสิ่งต่างๆ ค่อนข้างสูง พลอยตาเสือมีคุณสมบัติของเนื้อพลอยแบบผลึก Microcrystalline ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มผลึกเล็กๆ จำนวนมากที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมากมักมีเส้นใยในเนื้อพลอยสีสันหลากหลาย และสวยงาม แต่ที่พบมาก และเป็นที่นิยมได้แก่ สีเหลืองทอง และสีน้ำตาลทอง โดยเฉพาะชนิดที่มีสีพื้นหลังเป็นสีดำ จนทำให้ลวดลายสีทองของเนื้อพลอยโดดเด่นชัดเจนขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพลอยตาเสือที่หายาก มีราคาสูง และเป็นที่นิยมของตลาด ไม่แพ้พลอยชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน (เช่น พลอยตาแมว พลอยตาเหยี่ยว เป็นต้น)

ในด้านความเชื่อเกี่ยวกับพลอยตาเสือนั้น เชื่อกันว่า พลอยตาเสือมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับดวงตาของเสือ และแมว คือมีพลังในการหยั่งรู้ มองการณ์ไกล และมีสมาธิที่แน่วแน่ มีความชัดเจนแม่นยำในการตัดสินใจ สามารถมองเห็นในสิ่งลึกลับ ที่ถูกปิดซ่อนไว้ได้อย่างชัดเจน จึงถือเป็นอัญมณีอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิ และการให้สติแก่ผู้สวมใส่ รวมไปถึงแฝงไว้ซึ่งพลังแห่งการบำบัดขั้นสูงอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าวางพลอยตาเสือไว้ที่จักระสะดือ พลอยตาเสือจะช่วยปลดปล่อยแห่งการป่วยไข้ แก้ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของระบบลำไส้ ช่วยบำบัดอาการปวดท้อง ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ลดภาวะความดันโลหิตสูง ความเครียด อารมณ์ที่รุนแรง และบรรเทาอาการปวดหัวได้อีกด้วย  

นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า พลอยตาเสือเป็นพลอยที่นำมาซึ่งโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อควรระวังในการใช้พลอยตาเสือด้วยเช่นกัน กล่าวคือ หากเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสวมเครื่องประดับที่ทำจากพลอยตาเสือแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบ เครียด และอึกอัด ให้คุณปล่อยวางตนเองจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และผ่อนคลายตนเองทันที หรือหาโอกาสดีๆ ในการทำสมาธิ ก็จะช่วยลดภาวะแรงกระตุ้นที่รุนแรงจากพลอยตาเสือ ที่ส่งผลต่อจิตใจของคุณในเวลานั้นได้อย่างดี…

สำหรับเทคนิคการเลือกซื้อพลอยตาเสือนั้น พึงสังเกตสีสัน ลวดลาย และความแวววาวในประกายไฟของเนื้อพลอยให้ดี ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ ถ้าพลอยตาเสือเม็ดนั้นไม่ใช่พลอยแท้ เนื้อพลอยจะไม่ส่องสว่างในความมืด ดุจเดียวกับดวงตาของพญาเสือในเงามืด นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพลอยตาเสือถือเป็นอัญมณีหินสีอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ จี้ สร้อยคอ กำไลข้อมือลูกปัด และต่างหู เพื่อสวมใส่เป็นเครื่องประดับตัดกาย และเครื่องรางนำโชคสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่มีการแข่งขันสูง หรืออาชีพที่ต้องใช้สติปัญญา ความเป็นกลาง และการมองเห็นแนวทางที่ถูกต้อง เช่น ผู้ที่ประกอบอาชีพนักขาย นักการตลาด นักบริหาร และผู้พิพากษา เป็นต้น.

 

บทความดังกล่าวข้างต้นจัดทำโดยทีมงาน บริษัท เลนญ่า จิวเวลรี่ จำกัด ทางเราจึงขอสงวนสิทธิ์ การคัดลอกเนื้อหาทุกบทความของทางบริษัทฯ
กรณีต้องการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิง กรุณาติดต่อทีมงานค่ะผ่าน LINE: @LenyaJewelry ค่ะ